Executive Interview
  108 Office Problem
  Belief
  Special Scoop
  Personlity
  Sex & Relationship
  Calendar
  Horoscope
  Fiction
  Eating Out
  Coffee Break Game
  Letters
   
 
 
   
 
   
 
 
 
 
 
Executive Interview
เรื่องโดย กองบรรณาธิการ
 

ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร
ผู้บริหารหญิงสวยเฉี่ยว ชัดเจน จริงใจ
โรงแรมปาร์คนายเลิศ แรฟเฟิลส์ อินเตอร์เนชั้นแนล

        หากเอ่ยชื่อของณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูรหรือคุณหนูเล็ก ทายาทสาวคนสวยของโรงแรมปาร์คนายเลิศ แรฟเฟิลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ในวงสังคมไฮโซไซตี้ไม่มีใครไม่รู้จักสาวสวยเฉี่ยวคนนี้ ถึงขนาดมีการขนานนามเธอว่า “ปารีส ฮิลตันเมืองไทย” ค่าที่เธออยู่ในสถานะเดียวกับสาวสวยสุดซ่าส์ของฮอลลีวู้ด ปารีส ฮิลตันซึ่งเป็นทายาทโรงแรมดังเช่นกัน
ข่าวคราวส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับคุณหนูเล็กมักจะเป็นไปในทางการปรากฎตัวตามงานต่าง ๆ ในชุดสุดเปรี้ยวเด่นสะดุดเกินใคร จนหลายคนมองว่าเธอเป็น “ลูกคุณหนู” เต็มขั้นที่ชอบออกเฉิดฉายตามงานสังคมต่าง ๆ แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงสาวสวยคนนี้มีดีกว่า (มาก) จากแค่ภาพลักษณ์ภายนอก เพราะประโยคเด็ดที่เธอพูดว่า “คนเราต้องทำงาน” ทำให้ at office จับเธอมาพูดคุยในประเด็นของสาวทำงานที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนแบบเจาะใจ

at office: สำหรับตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการของโรงแรมปาร์คนายเลิศ คุณหนูเล็กดูในส่วนไหนบ้างคะ
คุณหนูเล็ก: จริง ๆ แล้วทางโรงแรมเรามีทีม Management มาจากต่างประเทศคอยดูแล แต่ในฐานะเจ้าของอย่างเล็กก็คือยุ่งกับเขาไปเสียหมด (หัวเราะ) คือทางเล็กจะดูการจัดการของทีมผู้บริหารอีกที คือดูการวางกลยุทธ์ว่าจะเดินไปทิศทางไหนดีโดยมีการประชุมกันบ่อย จะมีการประชุมกับทางทีมผู้บริหารและประชุมกันเองกับครอบครัวด้วย ว่าตอนนี้ทิศทางการบริหารโรงแรมเราอยู่ตรงไหนและควรจะปรับเปลี่ยนอะไรตรงไหน เล็กมีส่วนช่วยในทุก ๆ ด้าน

at office: อยากให้คุณหนูเล็กช่วยเล่าถึงรายละเอียดของงานที่ได้เข้าไปช่วยอีกนิดหนึ่ง
คุณหนูเล็ก: เล็กดูแลในเรื่องของโปรโมชั่นต่าง ๆ ของโรงแรมไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นร้านอาหาร หรือบาร์ซึ่งเล็กมีส่วนผลักดันให้มีบาร์ในโรงแรมเรา ซึ่งสมัยก่อนจะไม่มีแต่ส่วนที่ดีอย่างสวนของที่นี่จะสวยมากและเป็นไอเดียของคุณยายคือท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ และปีนี้โรงแรมก็ครบ 25 ปีแล้ว แต่ก่อนจะใช้ชื่อฮิลตัน แต่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็น ปาร์ค นายเลิศ แรฟเฟิลส์ เพราะผู้บริหารทีมเก่าหมดสัญญาไปและเปลี่ยนเป็นชื่อแรฟเฟิลส์มาปีนี้ปีที่ 5 แล้ว แต่เนื่องจากปีนี้โรงแรมเราครบ 25 ปีก็อยากจะให้ใหม่ ๆ กับลูกค้าที่มาใช้บริการ เล็กได้มีโอกาสคุยกับคุณยายเยอะว่าโอเคสวนของเราขึ้นชื่อมากว่าเป็นสวนในโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพ ฯ ซึ่งเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยแต่เล็กดูแล้วว่าสวนมีแต่สีเขียวซึ่งก็ดีแต่เล็กก็ได้คุยกับคุยยายว่าน่าจะเติมดอกไม้เข้าไปหน่อยมั้ยเพราะฝรั่งก็คงอยากเห็นดอกไม้สีสันสดใสบ้างดูแล้วสดชื่นดี ก็เลยเป็นที่มาของการเปิดสวนในรูปแบบใหม่ในปีที่ครบ 25 ปีนี้ และที่เราเลือกกล้วยไม้มาลงเพราะกล้วยไม้เป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย ทำเป็นสวนกล้วยไม้แบบจริงจังเลยมีกล้วยไม้ประมาณสองร้อยชนิด ทั้งพันธุ์จากต่างประเทศและในประเทศ คุณยายเลยขอให้อาจารย์ระพีที่เป็น Father of Orchid มาดูแลตรงนี้ให้เรา และตอนที่เล็กกลับมาจากอังกฤษใหม่ ๆ เล็กก็จะมีส่วนช่วยในการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของโรงแรม เรียกได้ว่าโรงแรมมีการปรับโฉมใหม่ให้ดูทันสมัยขึ้นประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นส่วนที่ผู้มาพักเห็นคือโครงสร้างการตบแต่งต่าง ๆ หรือส่วนที่มองไม่เห็นพวกท่ออะไรต่าง ๆ ภายในก็เปลี่ยนใหม่

at office: ทราบมาว่าคุณหนูเล็กจบด้านการโรงแรมโดยตรง นี่เป็นที่มาของการที่เข้ามาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักของการเปลี่ยนแปลงโรงแรมปาร์คนายเลิศหรือเปล่า
คุณหนูเล็ก: ค่ะ คือจริง ๆ แล้วเล็กเป็นคนขี้เกียจเรียนหนังสือ เลยเลือกที่จะเรียนอะไรที่สบาย ๆ แล้วโรงแรมนี่เล็กคลุกคลีมาตั้งแต่เด็กเพราะเป็นกิจการของที่บ้าน เผื่อมีอะไรจะได้ปรึกษาทางบ้านได้ (หัวเราะ) พอเล็กเรียนจบด้านการโรงแรมด้วยความที่เป็นคนรักอิสระและไม่ชอบอยู่ในกรอบก็เลยยังไม่อยากกลับบ้านในตอนนั้น เล็กเลยหาเรื่องเรียนด้านแฟชั่นดีไซน์ต่ออีกหกเดือนที่นิวยอร์ค แต่ยังไม่ทันจะเรียนจบดีคุณแม่ก็โทรไปบอกเล็กที่โน่นว่าทางโรงแรมฮิลตันเราจะหมดสัญญาแล้ว แต่แม่ก็ถามเล็กแบบลอย ๆ แต่เล็กรู้ว่าจริง ๆ แม่ก็หวังจะให้เล็กกลับมาช่วย ตอนนั้นเล็กอายุประมาณ 22 ก็ไม่ได้เด็กจนเกินไปที่จะคิดไม่ได้ เล็กเลยคิดว่าเราโชคดีมากที่ทางบ้านเราปูทุกอย่างไว้ให้เราแล้ว และที่สำคัญคนเราไม่ได้โอกาสอย่างที่เล็กได้ทุกคนแล้วเราจะทิ้งโอกาสดี ๆ แบบนี้ไปเหรอ คิดว่าตัวเองผลาญเงินพ่อแม่ไปเยอะแล้ว (หัวเราะ) ทำไมเราไม่กลับมาช่วยซึ่งเป็นจังหวะที่โรงแรมจะมีการปรับเปลี่ยนพอดี

at office: ได้ข่าวว่าคุณเล็กเป็นคนผลักดันให้มีบาร์ในโรงแรม
คุณหนูเล็ก: ใช่ค่ะ เพราะสมัยก่อนโรงแรมปาร์คนายเลิศไม่มีบาร์ มีแต่เล้าจ์ที่ให้ฝรั่งมานั่งชิล ชิล นิดหน่อยไม่มีบาร์แบบนั่งกินดื่มเป็นจริงเป็นจัง และภาพลักษณ์ของโรงแรมสมัยก่อนจะถูกมองว่าเป็นโรงแรมของคนแก่ เล็กคิดว่าอยากให้โรงแรมขยายกลุ่มเป้าหมายให้เด็กลงให้มีกลุ่มเด็กวัยรุ่นวัยหนุ่มสาวเข้ามาเที่ยวได้บ้าง ซึ่งตอนแรกผู้ใหญ่ก็มองว่าเล็กจะทำบาร์ขึ้นมาเที่ยวเอง เพราะเล็กเป็นคนชอบเที่ยวมาก (ลากเสียงยาว) แต่เล็กก็บอกว่าบาร์เนี่ยมันทำเงินได้มาก Profit Margin มันได้มากกว่าขายผัดกระเพรานะ ทำไมคนถึงเปิดบาร์กันเต็มไปหมดเพราะกำไรมันดีคิดดูว่าหนึ่งดริ๊งกำไรตั้งเท่าไหร่ ทุกคนก็โอเคตอนนี้บาร์ก็มีลุคที่ทันสมัยจ๋า คือไม่ใช่สมัยก่อนดูไม่ดีนะคะ แต่เราต้องมีการปรับเปลี่ยนตามสมัยนิยมบ้างไม่งั้นเราทำธุรกิจไม่ได้ จะเห็นว่าโรงแรมฟากที่ปรับปรุงแล้วกับอีกฟากที่ยังไม่ได้ปรับจะไม่เหมือนกันเลย

at office: ดูเหมือนว่าตอนนี้คุณหนูเล็กจะกลายเป็นเหมือนโลโก้ของปาร์คนายเลิศโฉมใหม่ไปแล้ว อันนี้คือจากความพยายามพรีเซ็นต์ตัวเองให้กับโรงแรมด้วยหรือเปล่าคะ
คุณหนูเล็ก: ขอบอกว่าตอนแรก ๆ ที่ออกงานหรือลงหนังสือไม่รู้ว่าจะทำให้โรงแรมเป็นที่รู้จักได้มากขึ้นได้ขนาดนี้ เพราะไม่ได้เรียนด้านนี้มาโดยตรงแต่ถึงแม้เล็กจะไม่ได้เรียนมาโดยตรงแต่เล็กมีอย่างหนึงคือชอบเรียนรู้จากประสบการณ์ การออกงานเพื่อโปรโมทโรงแรมเนี่ยก็ไม่ได้มีใครบอกหรือแนะนำแต่เรารู้ได้ด้วยตัวเอง ก็เลยกลายเป็นว่าเล็ก Represent ปาร์คนายเลิศที่เป็นโฉมใหม่ที่ทันสมัยซึ่งก็เป็นเหมือนตัวเล็กที่เป็น New Generation ถ้าให้เล็กไปพรีเซ็นต์สมัยที่เป็นฮิลตันมันก็ไม่ใช่

at office: การที่โรงแรมเป็นที่รู้จักมากขึ้นอย่างนี้ และในส่วนของรายได้ที่เข้ามามากขึ้นมั้ยคะ
คุณหนูเล็ก: เยอะขึ้นมากแต่ก็จะใช่ว่าเล็กจะหยุดทำ พูดง่าย ๆ ว่าเล็กทำอะไรไม่อยากให้มันล้มเหลว

at office: แล้วทางคุณแม่และคุณยายได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของโรงแรมที่ดีขึ้นอย่างนี้โดยมีคุณเล็กเป็นส่วนช่วยสำคัญ พวกท่านว่าอย่างไรบ้างคะ
คุณหนูเล็ก: เล็กไม่เคยพูดเรื่องนี้กับแม่หรือคุณยายว่าเล็กทำนั่นทำนี่หรือพูดอวดแต่ภูมิใจกับตัวเองแค่นี้พอแล้วสำหรับเล็ก

at office: ทราบมาว่าคุณหนูเล็กมีโครงการจะขยายสาขาปาร์คนายเลิศ แรฟเฟิลส์ด้วย
คุณหนูเล็ก: ค่ะ เป็นความคิดของเล็กเองแต่ทางครอบครัวก็บอกว่าเราทำตรงนี้ดีแล้วหรือยัง ถ้าขยายจะขยายไปไหนในประเทศหรือต่างประเทศ แต่ถ้าจะขยายไปยังต่างประเทศก็คงเป็นประเทศใกล้เคียง คงไม่ใช่อังกฤษ นิวยอร์คคงไม่ใช่แบบนั้น เล็กคิดว่าเมืองพวกนี้เป็นเมืองที่พัฒนาแล้ว แต่อยากจะไปที่ที่ยังไม่พัฒนาอะไรมากแล้วเราก็โตไปกับเมือง ๆ นั้น อย่างเช่น ภูฏาน เพราะทางครอบครัวเล็กมี Connection ที่นั่น อย่างแยมส้มของเสด็จย่าของกษัตริย์จิกมีก็มาขายที่โรงแรมเรา

at office: อยากทราบสไตล์การทำงานของคุณหนูเล็ก
คุณหนูเล็ก: เล็กบอกได้เลยว่าก่อนหน้านี้เล็กไม่เคยทำงานมาก่อนมีชีวิตแบบลูกคุณหนูเต็มตัว ถ้าไม่ได้ไปเรียนและใช้ชีวิตที่อังกฤษก็คงทำอะไรไม่เป็นต่อไปปูเตียงก็ยังคงปูไม่เป็นต่อไป แต่พอกลับมาเมืองไทยพนักงานที่โรงแรมที่นี่ก็ทำงานกันมานานมาก 15 ปีหรือ 20 ปีด้วยซ้ำ พวกเขารู้จักโรงแรมนี้มากกว่าเราแล้วเล็กคิดว่าพวกเขาจะฟังเด็กอย่างเราเหรอ ฉะนั้น เล็กคิดว่าเล็กถอยไม่ได้แล้วตอนนั้นเนี่ยเล็กอยากให้คนยอมรับและอยากให้เขารู้ว่าเราไม่ได้กลับมาทำเล่น ๆ เล็กชอบความท้าทาย เพราะฉะนั้น เล็กเลยเข้าไปฝึกงานแผนกต่าง ๆ ของโรงแรม ตั้งแต่ระดับล่างเลย ไม่ว่าจะเป็นแผนกช่าง ขัดส้วม
ที่ฝึกเนี่ยไม่ใช่เพราะเล็กอยากจะเรียนรู้งานมากขนาดนั้นเลยเหรอ แต่ฝึกเพราะเล็กอยากจะรู้จักพนักงานมากขึ้นและใกล้ชิดกับพนักงานมากขึ้น เพราะถ้าเล็กไปลงไปแบบนั้นเล็กเดิน ๆ แบบนี้อย่างมากเล็กก็รู้จักแค่หัวหน้าและ Front เล็กเลยใช้เวลา 3 เดือนฝึกงานของโรงแรมทุกแผนกเลยค่ะ

at office: หลังจากฝึกงาน 3 เดือนแล้วคุณหนูเล็กได้อะไรกลับมาบ้างคะ
คุณหนูเล็ก: เล็กได้ความคิดที่ว่าเล็กจะไม่ทำงานเหมือนคุณแม่ คุณยาย คุณป้า คือเป็นเจ้านาย แต่เล็กอยากทำงานแบบให้พนักงานทุกคนเข้ามาคุยกับเราได้ถ้าเขามีปัญหา ไม่ใช่แต่เฉพาะผู้จักการเท่านั้น เด็กล้างจานหรือเด็กทำความสะอาดก็เดินเข้ามาคุยกับเล็กได้เพราะเล็กเปิดรับมาก ๆ ห้องทำงานของเล็กจะเปิดรับทุกคนให้เข้ามาคุยปัญหากันได้ โอเคมองภายนอกหน้าตาเล็กอาจจะดูดุ น้ำเสียงหรืออะไรอาจจจะดูดุ แต่จริง ๆ เล็กไม่มีอะไรนะคะ แต่ในขณะเดียวกันเล็กก็ไม่ได้ว่ารุ่นแม่ รุ่นป้าหรือคุณยายว่าทำงานเป็นแบบไหน คือมันคนละสมัยกัน เล็กได้เรียนรู้การทำงานแบบทีมเวิร์คมาจากเมืองนอกด้วยว่า As a leader เราต้องถามความเห็นลูกน้อง อีกอย่างพนักงานจะเป็นคนเจอกับแขกโดยตรง เล็กเลยต้องถามฟีดแบ็คจากพวกเขาว่าแขกเป็นยังไงมีคอมเม้นท์อะไรมั้ย
ติอะไร คือเล็กต้องรียนรู้จากพวกเขา

at office: พออยู่ตัวแล้วตอนนี้คุณหนูเล็กดูอะไรโดยหลัก ๆ บ้าง
คุณหนูเล็ก: เล็กไม่อยากใช้คำว่าเล็กบริหาร เล็กถือว่าเล็กดู Management อีกทีเพราะเรามีทีมบริหาร แต่เล็กจะพูดคุยกับผู้จัดการทุกวันและจะดู Report ของส่วนต่าง ๆ ของโรงแรมไม่ว่าจะเป็นการจองห้องพัก  Average Rate เท่าไหร่ มีจัดเลี้ยงอะไรบ้าง มีวีไอพีใครบ้าง เราจะคุยกันแล้วทางทีมจะเอาไป Implement เอาไปปรับปรุงแต่แปลกนะ GM ที่นี่ไม่มีผู้หญิงเลยกี่คน ๆ ก็ผู้ชายอาจเป็นเพราะมันต้องลุยห้องเครื่องมีปัญหาก็ต้องเข้าไปดู แต่เล็กอยากจะสนับสนุนให้ผู้หญิงเป็นบ้าง เพราะผู้หญิงสมัยนี้เก่ง ๆ เยอะแยะ เล็กว่าเท่ดีออก

at office: ขอถามเรื่องกระแสข่าวที่ค่อนข้างแรงเรื่องการแต่งตัวของคุณหนูเล็กบ้าง
คุณหนูเล็ก: คือตอนอยู่เมืองนอกเล็กก็แต่งแบบนี้แต่ฝรั่งเขาไม่สนใจกัน พอกลับมาเมืองไทยเล็กก็แต่งเหมือนเดิมแต่คนก็เริ่มด่าเริ่มวิจารณ์ว่าเนี่ยเหรอหลานท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ (หัวเราะ) เล็กก็โห! อะไรวะเนี่ยมันอะไรกัน (หัวเราะต่อ) หลานท่านผู้หญิงเหรอนี่แต่สำหรับเล็กก็แต่งปกติแบบนี้ แล้วบางคนคิดว่าเป็นเพื่อนก็ไม่ใช่เพื่อน อยู่ต่อหน้าเราก็พูดดีแต่ลับหลังเอาเราไปด่า เล็กก็อะไรกันนี่ทำไมมันเยอะแยะไปหมดก็เลยถอยออกมา มีช่วงหนึ่งเล็กถอยออกมาไม่ใช่ว่าเราเก่งสู้ได้ทุกเรื่อง และเราก็พยายามที่จะเปลี่ยนตัวเอง

at office: ได้ข่าวว่าพยายามจะเปลี่ยนมาใส่กระโปรงยาว
คุณหนูเล็ก: เล็กก็พยายามอยู่พักหนึ่งนะแต่มันก็ไม่ใช่ตัวเราเล็กไม่แฮปปี้ ก็เลยกลับมาเป็นตัวเองเหมือนเดิม ใครจะยังไงก็ช่างจบ แล้วตัวเล็กเองเนี่ยเวลาคบใครเล็กไม่สนว่าคุณจะนามสกุลอะไร เพศ วัย มาจากไหนเล็กไม่สน เล็กขอให้คุณเป็นคนดีจริงใจก็พอ เล็กได้ตรงนี้มาจากที่อังกฤษมั้ง

at office: เลยกลายเป็นว่าการที่คุณเล็กกลับมาเป็นตัวของตัวเองเป็นการพรีเซ็นต์โรงแรมไปเสียอีก
คุณหนูเล็ก: ใช่ค่ะ แต่บางทีเล็กเข้าใจว่าการที่เราเป็นตัวของตัวเองแบบนี้มันอาจจะมากไป บางทีแม่ก็เตือนแต่เล็กก็ฟังครอบครัวเตือนเนี่ยเล็กจะฟัง เพราะไม่อยากทำให้ครอบครัวอายหรือผิดหวังในตัวเรา แต่ถ้าเขาไม่ได้เตือนเล็กเราก็เป็นตัวของเราเองสบาย ๆ

at office: อยากทราบถึงสไตล์การแต่งตัวของคุณหนูเล็กบ้าง
คุณหนูเล็ก: เล็กชอบการแต่งตัวที่เอามาแมทซ์กันจับโน่นผสมนี่เล็กว่ามันเป็นความสนุกของการแต่งตัว และไม่จำเป็นต้องเป็นยี่ห้อเล็กใส่ได้หมดของสะพานพุทธเล็กก็ใส่ได้ เล็กว่าการใส่ยี่ห้อตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนหยิบเอามาจากหุ่นมากไป

at office: แล้วเรื่องหัวใจล่ะคะ เป็นสาวสวยเปรี้ยวอย่างนี้มีหนุ่ม ๆ เข้ามาจีบเยอะมั้ย
คุณหนูเล็ก: อย่างเล็กผู้ชายไทยจะไม่ค่อยกล้าเข้ามาเพราะอาจจะเป็นบุคลิกของเล็กด้วยมั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นต่างชาติและตอนนี้ใคร ๆ ก็คงรู้ว่าเล็กคบใครอยู่เพราะเล็กไม่ปิดบังคนเราโตแล้วก็ต้องมีแฟนไม่ใช่เรื่องแปลก แต่คนที่เล็กคบตอนนี้ก็ไม่ใช่ฝรั่งจ๋านะเป็นลูกครึ่งเวียดนามกับฝรั่งเศส ให้มาเป็นฝรั่งไปเลยเล็กว่ามันคงน่าเบื่อ ๆ หน่อย เล็กว่ามีทั้งความเป็นฝรั่งและความเป็นเอเชียด้วยน่ารักดี

และก่อนจบการสนทนากับคุณหนูเล็กเพื่อจะปล่อยให้เธอได้ไปโพสท์ท่าถ่ายรูปให้เรา เธอได้ทิ้งท้ายให้กับคนที่อยากจะเข้ามาทำงานในธุรกิจโรงแรมว่า “โรงแรมเป็นธุรกิจที่ยุ่งยากเพราะมีรายละเอียดเยอะ จะมีกิจกรรมภายในโรงแรมตลอดเวลา คุณต้องมั่นใจว่าคุณรักจริงเพราะคุณจะทำงานไม่เป็นเวลาและต้องอยู่กับคนถ้าคุณไม่ชอบอยู่กับคนคุณทำไม่ได้ ตัวเล็กเองเสาร์-อาทิตย์ก็ต้องทำงานไปโน่นมานี่ไปพบคน และที่สำคัญยอมมั้ยที่จะเริ่มตั้งแต่ระดับล่าง ๆ หรือทำงานในส่วนที่ไม่ได้สวยงาม เช่น ห้องเครื่อง ห้องน้ำ ห้องครัว แผนกล้างจาน เพราะการทำงานจริงในโรงแรมไม่ได้สวยหรูเหมือนอย่างที่เห็นตลอด คุณสู้มั้ยเท่านั้นเอง”