ทำงานเป็นทีม
ช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านไปนี้ โครงการหรือหลักสูตรที่ผมถูกเชิญไปเป็นวิทยากรมากที่สุด ไม่น่าเชื่อ ก็ต้องเชื่อ คือโครงการ “สยามหัวเราะ-เพาะสุข ให้กับชีวิต” แซงหน้าหลักสูตร “จิตเลิศ จิตหลวม สำคัญอยู่ที่จิตสมอง” (Innovative Brain Power) กับ “การทำงานเป็นทีม” (Team Work)
เมื่อหลายสิบปีก่อน การอบรมฝึกปฏิบัติการที่ผมชอบที่สุด คือ “การลิขิตความคิดเชื่อตัวเอง เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นเลิศในการงาน” ซึ่งวิเคราะห์ไปแล้ว ก็คือ การใช้สมองซีก 1 เป็นหลักในด้านมุ่งความคิดเชื่อเพื่อเกิดผลกระทบทางพฤติกรรมเป็นลักษณะการสะกดจิตตัวเอง นั่นเอง ให้เชื่อเลยว่า เราทำได้ เราสามารถทำได้ (Altitude can do)
หลังจากนั้น ก็เป็นวิทยากรบ่อยในด้านการพัฒนาความคิดเชิงกลยุทธ์เพื่อบริหารการจัดการ การทำงานในองค์กร ซึ่งวิเคราะห์ไปแล้ว ก็คือ การใช้สมองซีก 2 เป็นหลักในการก้าวไปสู่แถวหน้าในตำแหน่งงาน
หลักจากนั้นอีก ก็ถูกเชิญบ่อยไปอบรมบุคลากรในองค์กรให้รู้จักทำงานอย่างกันเป็นทีม รวมทั้ง พัฒนาตัวเองอย่างเป็นคนมุ่งมั่น (Proactive)
แล้วระยะหลังนี้ ก็ถูกเชิญมากที่สุดให้ไปอบรมเรื่อง “สยามหัวเราะ” ซึ่งก็เป็นการใช้ส่วนสมองซีก 4 สมองส่วนที่คลายเครียดกาย-ใจ-สังคม ในตัวเรา หรือซีกของสุขภาพชีวิตที่ดีและแข็งแกร่ง นั่นเอง
ครับ พูดถึงการทำงานในยุคนี้ บุคคลจำเป็นยิ่งที่ต้องทำงานแบบเชิงรุก (Proactive) มิใช่ทำงานแบบเชิงรับ (Reactive) เหมือนยุคก่อนโน่นอีกต่อไป นอกจากต้องมีวิสัยทัศน์ คือ รู้จักคิดกว้าง ไกล กลม กลับ ก่อ แล้ว ยังจำเป็นที่สุดที่ต้องร่วมด้วยช่วยกันทำ ที่ว่า ทำงานอย่างเป็นทีม หรือ Team Work นั่นคือ ยังต้องนำสมองซีก 3 ขึ้นมาใช้ให้มากอยู่ดี
ก็เลยขอเขียนถึงการทำงานของสมองซีก 3 ในด้านการทำงานร่วมกันสักตอนหรือสองตอนนะครับ
ครับ ความหมายง่ายๆ ของการทำงานอย่างเป็นทีม ก็คือ คนจำนวนหนึ่ง (โดยปกติ คือ 6 -10 คน หรืออย่างมากสุด ต้องไม่เกิน 25 คน) ซึ่งมีทักษะความสามารถที่ต่างกันไป แล้วตกลงใจมาทำงานร่วมกัน โดยจัดสรรตำแหน่งหน้าที่ให้ลงตัวตามความถนัดของแต่ละบุคคล เพื่อจะบรรลุสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้ร่วมกันตั้งไว้
ฝรั่งเขาเล่นคำของเขาได้น่ารัก โดยแยกคำว่า TEAM ย่อออกมาอย่างนี้
T ย่อมาจากคำว่า Together
E ย่อมาจากคำว่า Everyone
A ย่อมาจากคำว่า Achievement
M ย่อมาจากคำว่า More
รวมแล้ว ได้ความหมายว่า Together Everyone Achievement More
ฝรั่งเขาว่าไว้อย่างนี้
One Person can do much
People in unison can do more
Together we can make a big differenc
พี่ไทย แปลได้อย่างนี้
คนๆหนึ่ง สามารถทำงานได้มากมาย
ร่วมด้วยช่วยกันทำ สามารถได้งานมากขึ้น
ทำเป็นทีมงาน สามารถสร้างนวัตกรรม ใหม่ๆ ได้ประจำๆ
ในการทำงานอย่างเป็นทีมนั้น แน่นอน ย่อมต้องมีผู้นำกลุ่ม หรือที่เรียกว่า Team Leader คือ ผู้ที่จะพาทีมงานมาร่วมด้วยช่วยกันทำโครงการหนึ่ง หรือนวัตกรรมชิ้นใหม่ขึ้นมา หรืออาจจะมาช่วยกันแก้ไขปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือประชุมหารือหาแนวทางการป้องกันปัญหาที่เคยเกิดขึ้น เพื่อมิให้มันเกิดขึ้นอีกก็ได้ จึงต้องมีคุณสมบัติพิเศษ คือ ความสามารถในการทำให้ทีมงานช่วยกันคิด ช่วยกันตัดสินใจได้ทุกคน (Influences Team decisions with Team members)
โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ถึงปัญหาที่แท้จริงกันก่อนแล้วจึงก่อนหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานั้นๆ มีผู้ช่วยแล้ว ถ้าเพิ่มสมาชิกอีกสัก 6 ประเภทนี้ได้ยิ่งดี คือ
- ผู้บันทึกการประชุม (Team Recorder) คือ ผู้ที่สามารถสรุปประเด็นจากการประชุมแล้วบันทึกไว้เป็นขั้นตอนและลำดับขั้นความสำคัญ
- ผู้กำหนดเวลา (Time Timer) ทั้งช่วงวันเวลาการประชุม และคาดการณ์ได้ว่าโครงการที่จะทำหรือจะแก้นั้น ต้องใช้เวลานานเท่าใดในขณะที่มีงบประมาณเท่านั้นเท่านี้
- ผู้กำกับการประชุม (Team Gatekeeper) คือ ผู้ที่สามารถทำให้ทีมงานเข้ามาดำเนินการประชุมพร้อมกันได้ รวมทั้งการแสดงออกถึงความคิดเห็นร่วมกันได้
- ผู้ชอบมีความคิดเห็นต่างกัน (Time Devil’s Advocate) คือ ผู้ที่สามารถมองเห็นจุดอ่อนหรือผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากความคิดเห็นของสมาชิกกลุ่มโดยมองเห็นถึงวิธีการอื่นที่ทำแล้วน่าจะได้ผลดีกว่า
- ผู้ให้กำลังใจ (Team Encourager) คือ คนที่มองโลกแง่ดี ชอบพูดให้กำลังใจแก่สมาชิกกลุ่มเวลาแสดงความคิดเห็นที่ฟังแล้วเข้าท่า เข้าที่ เข้าทาง เสมอๆ ทำให้สมาชิกกลุ่มยิ่งอยากแย่งกันคิดดี พูดดี แสดงออกในทางด้านบวก
- ผู้อำนวยความสะดวก (Team Resource Holder) คือ ผู้ที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เอาใจใส่คนอื่นดีจะเรียกว่า เป็นเบ้ก็ได้ คือ คอยสร้างบรรยากาศและคอยบริการสมาชิกกลุ่มให้การประชุมดำเนินไปได้อย่างราบรื่น สบายๆ ไม่ว่าจะช่วยจัดหากระดาษ ดินสอ หรือ ฟลิบชาร์ต เครื่องคิดเลข หมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องติดต่อ จนไปถึงการจัดเครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยวที่แต่ละคนชอบอย่างพร้อมเพรียงไว้ให้เสมอ
อย่างนี้แหละ เขาจึงว่า Dream Team หรือ ทีมงานในฝันไง ซึ่งต่างก็ต้องมีมันสมองซีก 3 กันนะครับ |