ชนะใจตัวเอง (สำหรับสาวทำงานมือใหม่)
การได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนรุ่นน้อง เป็นกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันชอบและปฏิบัติมาอย่างสม่ำเสมอ สิ่งหนึ่งที่คุณจะได้จากการฟังพวกเขา แน่นอน !! ดิฉันว่าคุณต้องรู้สึก เฟรช หรือ สดชื่น ก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นคุณจะได้ประสบการณ์ชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งที่คุณ อาจเคย ผ่านมาแล้ว หรือ อาจเพียงแค่เคยได้ยินได้ฟัง แต่ไม่เคยรู้ว่ามันมีอยู่จริง แต่ทั้งหมดทั้งมวลคุณต้องลองเปิดใจยอมรับเหตุผลของพวกเขาด้วยนะคะ ไม่ใช่ว่าแค่ประโยคแรก ก็จะไปตั้งป้อม จับผิด กันซะแล้ว อย่างนั้น คาดว่าคงจะไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันแน่
ดิฉันมีเพื่อนรุ่นน้องหลายคนค่ะ คนล่าสุดเนี่ย เพิ่งเรียนจบและได้งานทำ แรก ๆ เธอก็เหมือนคนทั่วไปที่ดีใจมากเมื่อรู้ว่าตัวเองได้งาน เอาน่า !! อย่างน้อย ดิฉันว่าเพื่อนของเธอ ยังคงต้องเดินหางานจนส้นรองเท้าสึกกันไปข้างนึง แหม..เศรษฐกิจแบบนี้ ได้อะไรก็ต้องเอาไว้ก่อน ล่ะคะ แต่แหตุการณ์ มันไม่ได้แฮ็ปปี้ เอนดิ้ง ดังคาดน่ะสิคะ เมื่อวันหนึ่ง เธอ เปรยให้ฉันฟังว่าไอ้เงิน เดือนอันน้อยนิดของเธอ ซึ่งเริ่มต้นที่ แปดพันบาท นั้นมันไม่พอใช้เสียแล้ว วินาทีนั้นดิฉันคาดเดาได้หลายอย่างเหลือเกิน เอ..หรือว่ามันจะหยั่งเชิงเพื่อยืมตังส์เรา ? แต่คิดว่าคงไม่ใช่เพราะเป็นพี่เป็นน้องกันมา ไอ้น้องคนนี้มันน่าจะรู้ว่า ดิฉันเอง ไม่เคยให้ใครยืมเงินเลย แฮ่...สาเหตุก็คือไม่อยากจะเสียเพื่อนน่ะค่ะ อยากคบกันไปนาน ๆ จนเจ้ารุ่นน้องตัวดีมันเอ่ยปากถามถึงเงินเดือนเดือนแรกของดิฉัน ซึ่งก็ตอบมันไปตามตรงว่า ห้าพันสองร้อยหกสิบบาท โอ๊ย !!! อ้าปากค้างแบบชนิดหุบไม่ลงเลยค่ะ แล้วจะเหวอกว่านั้นถ้าดิฉันจะบอกว่า ค่าเช่าห้องพัก สมัยนั้น น่ะ สี่พันนะคะ แล้วพี่กินอะไร ? มันชิงถามเหมือนไม่เชื่อในสิ่งดิฉันพูด ก็กินตามอัตภาพ
แน่นอน !! บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ต้องมี ปลากระป๋อง ต้องมี ดิฉันเองก็มีหม้อหุงข้าวเล็ก หุงข้าวไปตามประสา สาวโสด (สมัยนั้น) เทปลากระป๋องบีบมะนาว ซอย หอมแดง พริกขี้หนู แค่นี้ก็ผ่านไปแล้ว หนึ่งมื้อ เราสตาร์ทเงินเดือนน้อยก็อย่าไปเอาอย่างคนอื่น ที่เขามีพ่อ แม่ ส่งเสีย เด็กบางคนทำงาน มาจะเข้าปีที่ 3 แล้วยังแบมือขอเงิน พ่อ แม่ ทุกเดือน อย่างนี้ก็มี แล้ว เธอ ทำได้รึเปล่า ?? ถ้าทำแล้วไม่ไปเบียดเบียนใครก็ทำเถอะ ถือว่าเกิดมาได้กินบุญเก่า แต่ถ้าทำไม่ได้ เพราะอาม่าที่บ้านเริ่มบ่นแล้วว่าให้กลับมาอยู่บ้านเฉย ๆ ดีกว่า เพราะลื้อ อุตส่าห์ได้งาน แต่อาม่ายังไม่เห็นเงินเดือนของลื้อสักบาท แถมยังมีหน้ามาขอตังส์ค่าแท๊กซี่ทุกวันอีก อันนี้ยังพอเข้าใจและจะลองหาวิธีช่วย แต่ ต้องให้ คุณน้องมันรับปากก่อนว่าอย่าเพิ่งเถียงคอเป็นเอ็น เพราะคนที่จะทำวิธีต่อไปนี้ได้ต้องเป็นคนสู้ชีวิตเท่านั้น ว่าแล้วดิฉันก็ต้องพลิกตำราสู้เศรษฐกิจ ช่วยน้องด้วยการฟื้นความทรงจำในอดีต อีกครั้ง สมัยก่อนดิฉันนั่งรถเมล์ แม้ใจอยากนั่งแท๊กซี่ให้สบายแต่ก็ต้องถัว ๆ กันไป นั่งรถเมล์ 4 วัน แท็กซี่ 1 วัน หรือลองใช้บริการรถไฟฟ้า รถ ไฟใต้ดิน มั่ง ลองวางแผนการเดินทางดี ๆ และทำให้ทุกการเดินทางมีความสุขเกิดขึ้นบ้าง อย่างเช่น ถ้าคุณรู้ว่าเมื่อถึงสถานีนี้จะมีชายหนุ่ม หน้าตาดี แนวพระเอกเกาหลีขึ้นมาทุกครั้งแล้วล่ะก็ พยายามมาถึงจุดนัดหมาย (ในใจเราเอง) ให้ตรงเวลา สิคะอันนี้ดีเพราะจะทำให้เราไม่เข้างานสายด้วย แหม..ขำ ๆ พอเบื่อ ก็เปลี่ยนคน สิคะไม่เห็นอยาก อ้อ..แล้วอย่าลืม หา จำพวก ipod ไว้ฟังเพลงสร้างบรรยากาศด้วยล่ะ มันก็ดีกว่าเสียง ปิ๊ด ๆๆๆ ยาว ๆ ถี่ที่สถานีเป็นไหน ๆ
อยู่ห้องพักวันหยุด (ในกรณีไม่มีแฟน) ก็ลองหาเมนูอร่อยจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแก้เลี่ยนทำดูดีกว่ากินแบบเดิม ๆ อ้อ..แล้วไอ้ประเภทขี้เกียจจน ต้องขยำกินแบบแห้ง ๆ จากในถุงนี่ ขอร้องเลยอย่า ได้ทำเด็ดขาด เพราะกระบวนการผลิตพวกบะหมี่เหล่านี้ เขาจะอบแห้งชุบน้ำมันจนชุ่ม เพราะฉะนั้นถ้าเราทานเข้าไปมันก็จะไปดูดน้ำในร่างกายของเราทำให้ตัวเส้นบะหมี่อืด กระเพาะอาหาร เอย ลำไส้ เอย ก็จะทำงานหนัก มีผลเสียในระยะยาวได้ค่ะ
วีธีการทำก็อย่างที่รู้ ๆ กันเราจะต้องให้เส้น ของบะหมี่เป็นเส้นสดเสียก่อนด้วยการต้ม ในน้ำเดือด แล้ว ช๊อต ด้วยน้ำเย็น เส้นก็จะไม่พันกัน ค่ะ ต้มทีหลาย ๆ ห่อ เก็บไว้ในตู้เย็นก็จะกินได้หลายวันทีเดียว และในระหว่างนั้น เราก็มองหา หัวไชเท้า แครอท มะเขือเทศ มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ หั่นเป็นชิ้นเล็ก ต้มรวมกัน หรือปรุงรสด้วยผงปรุงรส ถ้าใส่กระดูกหมู กระดูกไก่ด้วยยิ่งดี เท่านี้ก็ได้น้ำซุปหวาน ๆ ไว้ทานกับบะหมี่ตั้งหลายมื้อไม่หมดก็ใส่ตู้เย็น ต้มทานมื้ออื่นได้ หรือ เบื่อแบบต้ม จะเอาเส้นที่เหลือมาพันกับไส้กรอกแสนธรรมดา ที่หาได้ในร้านสะดวกซื้อ แล้วเอาไปทอดให้เหลือง ทานเล่น หรือ ทานกับข้าวสวยร้อน ๆ ก็ยังไหว หรือเผื่อถ้ารู้สึกอยากทานแบบพิเศษสักหน่อย แนะนำให้ซื้อเครื่องยำ อย่าง มะนาว ข้าวคั่ว หอมแดง พริกขี้หนู ตะไคร้ แล้วจับ บะหมี่ลงไปยำก็แซ่บดี แค่นี้ก็ได้ตั้งหลายเมนูแล้ว รู้อย่างนี้แล้วก็ลองไปทำดู อย่าเพิ่งทำหน้าเหยเก เพราะ เหล่านี้ดิฉันเองเคยทำกินมาเป็นปี ๆ ตอนฝึกงานที่ ช่อง 3 ใหม่ ๆ ก็อยู่ได้ไม่เห็นจะตายที่ตรงไหน
เรื่องสังคมจัด (ว่าแย่) อย่างการไปเที่ยวตามผับ ตามบาร์ อันนี้ก็เข้าใจ แหม ..เด็กจบใหม่ ใคร ๆ ก็อยากฉลอง แต่รอให้พร้อมก่อนดีมั้ย ช่วงนี้ก็ว่างเว้นสักพัก รอให้อะไร อะไร มันดีกว่านี้ ค่อยนัด ปาร์ตี้กันใหม่ ยังไม่สาย
ที่สำคัญที่สุดอย่าทำตัวซังกะตาย ถ้าอยากประสบความสำเร็จเร็วก็ต้องขยัน ซึ่งมันทำได้ไม่ยาก แต่ต้องฉลาดและเรียนรู้ที่จะทำให้ถูกวิธี เช่น ต้องปรับบุคลิกภาพตัวเองก่อนเป็นสำคัญ แต่งเนื้อ แต่งตัวให้เหมาะกับสถานที่ทำงาน พูดจาไพเราะ ยิ้มแย้มแจ่มใสกับเพื่อนร่วมงาน สำคัญที่สุดทุกอย่างต้องออกมาจากใจ จัดตารางเวลา การทำงานตลอดทั้งสัปดาห์ โดยเอางานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ไว้เป็นงานแรกของวันเพราะ สมองเราพักผ่อนมาเต็มที่ตามหลักของ นาฬิกาชีวภาพ จัดการเอาเรื่องที่ต้องใช้การตัดสินใจไว้ช่วงเที่ยง เก็บเรื่องการคาดการณ์อนาคต ไว้ในช่วงเย็น อย่าทานอาหาร หลัง 5 โมงเย็น ออกกำลังกายช่วงหัวค่ำ เพราะช่วงนี้ จังหวะการตอบสนอง การประสานสายตาและมือ จะเยี่ยมที่สุด ถ้าเราปรับตัวเองได้ด้วย การเข้าใจชีวิต เข้าใจ เศรษฐกิจ และ เข้าใจวงจร ร่างกายของเราเอง จะทำให้เราสามารถใช้ศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ก่อนลาจากบทสนทนาในวันนั้น ดิฉันก็อวยพรขอให้น้องโชคดี และประสบความสำเร็จ แม้ว่าจะเป็นแค่ชนะใจตัวเองก็ตาม
|